สมัครตัวละครนักเรียน ร.ร.ล.บ. ขั้นที่ 2 - สอบสัมภาษณ์
posted on 18 May 2012 21:12 by xilver-foxy• อชิระ เชษฐ์ตระกูลวงศ์ (ไข่หวาน) -นักเรียนชายรุ่น 3
แก้ไขครั้งที่ 1 20/05/2555-----แก้ไขตามที่ผปค.ปั้นทรายแนะนำ
แก้ไขครั้งที่ 2 25/05/2555 --แก้ไขตามที่ผปค.ครูเอมและผปค.เฟิร์นรุ่น 4 แนะนำ
กราบเท้าแม่จ๋าที่เคารพรัก
แม่จ๋าเป็นอย่างไรบ้าง สบายดีหรือเปล่าจ๊ะ หนูไก่สบายดีจ้ะ หนูมีเรื่องจะแจ้งให้แม่จ๋าทราบ ๒ เรื่องด้วยกันจ้ะ
เรื่องที่ ๑ คือความเป็นอยู่ของหนู ตั้งแต่อยู่กับคุณยาย หนูก็ได้รู้ว่าโลกเรามันกว้างใหญ่เสียจริง ในเมืองนั้นอะไรก็ดูแปลกตาไปหมด เกวียนยนต์ที่นี่เยอะมากเหาะสวนไปสวนมาจนลายตา พฤกษานั้นมีแทบจะนับต้นได้ อากาศเลยร้อนไม่เหมือนบ้านเราเลยล่ะ อะไรๆ ก็แปลกดี แต่ที่หนูไก่ตกใจที่สุดตอนมาใหม่ๆ ก็คือ....
โอ้คุณพระช่วย! ตอนกลางวันผู้ชายที่นี่ใส่เสื้อด้วยล่ะ! ร้อนราวกับเพลิงกัลป์ขนาดนี้ ยังทนใส่เสื้อกันได้อีก!
หนูไก่เพิ่งจะรู้ว่ามันเป็นธรรมเนียมของที่นี่ ก็ตอนที่คุณยายดุหนูที่หนูถอดเสื้อเดินไปมากลางที่สาธารณะนี่แหละจ้ะ จะว่าไปตอนนั้นหนูก็รู้สึกตะหงิดๆ อยู่เหมือนกัน มิน่าล่ะมีแต่คนจ้องมอง น่าอายจริงเชียว ผิดธรรมเนียมบ้านเมืองเสียได้ ผู้คนคงจะพากันครหาติฉินนินทาถึงวงศ์ตระกูล หนูเสียใจจ้ะแม่จ๋า หนูขอโทษด้วยนะจ๊ะ
เรื่องที่ ๒ ที่อยากให้แม่จ๋าทราบคือ เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๖ มีนาคมที่ผ่านมา หนูไก่ไปสัมภาษณ์เพื่อสอบเข้าโรงเรียนลูกบาศก์มาจ้ะ แม่จ๋าคงอยากรู้ว่าหนูสัมภาษณ์เป็นอย่างไรบ้าง หนูจึงไปถ่ายสำเนาเอกสารสิ่งที่หนูจดตอนสัมภาษณ์เก็บมาด้วยชุดหนึ่ง แนบมากับจดหมายฉบับนี้ หนูไก่จะเขียนอธิบายประกอบด้วยนะจ๊ะ แม่จ๋าจะได้ไม่สับสน
แผ่นที่ ๑ เป็นเรื่องราวตอนสัมภาษณ์ลุงบุญจ้ะแม่ หนูไก่ปลื้มเขามากๆ เลย หนูเจอเขาที่สวนพฤกษศาสตร์ของโรงเรียน ลุงเขากำลังขูดหาหวยที่ต้นมะม่วง หนูไก่จึงไปทักทายด้วยความสนใจใคร่รู้ ตอนแรกหนูเรียกว่าพี่ชาย แต่เขาอนุญาตให้หนูไก่เรียกว่าลุงล่ะ ลุงบุญเป็นคนน่ารักมาก ตอนหนูถามเขาเรื่องเลขหวย ลุงเขาไม่หวงเลยล่ะจ้ะ กลับมีไมตรีสอนขูดเลขหวยด้วยล่ะ แต่ศาสตร์ศิลป์แห่งการดูหวยมันล้ำลึกมาก จนหนูไก่ไม่สามารถเข้าถึงได้ ซึ่งเป็นที่เสียใจยิ่ง
อย่างไรก็ตามมีสิ่งหนึ่งที่หนูสามารถสัมผัสถึงได้ นั่นคือจิตวิญญาณความรักอันแสนบริสุทธิ์ของลุงบุญกับภรรยาจ้ะแม่จ๋า ทั้งแววตา สีหน้า คำพูด ทั้งหมดนั้นล้วนสื่อถึงความในใจอันแสนหวานล้ำ มันทำให้หนูนึกถึงเพลงของพี่ตั๊กแตน ชลดาขึ้นมาจับใจ จึงขับร้องเพลงบางท่อนให้ลุงเขาฟัง ไม่นึกเลยว่าลุงเขาก็รู้จัก แถมยังโปรดปรานเหมือนกันเสียด้วยจ้ะ แม้หนูอยากสนทนาเรื่องนี้ต่อเพียงใด แต่หนูก็ไม่ลืมจ้ะว่ามาสอบสัมภาษณ์
.
.
.
.
๑
บุคลากรพิเศษ : พนักงานขับรถของโรงเรียน
บุญมี ไผ่นวล (ลุงบุญ)
เวลา ๑๑.๓๐ น.
พิชิต : น้องชื่อพิชิต ใจหาญ ชื่อเล่นชื่อไก่ครับ
น้องขออนุญาตสัมภาษณ์พี่ชายได้ไหมครับ
ลุงบุญ : ได้สิพ่อหนุ่ม ผมชื่อบุญมี ไผ่นวล เรียกผมว่าลุงบุญละกันนะพ่อหนุ่ม ไม่ต้องพี่ชายพี่เชยอะไรหรอก
ผมก็อายุปูนนี้แล้ว ฮะๆๆ ผมเป็นพนักงานขับรถของโรงเรียนครับ ///ลุงส่งยิ้มให้
พิชิต : ลุงกำลังทำอะไรที่ต้นไม้อยู่หรือครับ น้องนี้ฉงนสงสัยเป็นยิ่งนัก
ลุงบุญ : ผมกำลังขูดหาเลขเด็ดอยู่น่ะครับ
พิชิต : โอ้แม่เจ้าแม่จิต! ขูดเลข! ขูดหวยน่ะหรอครับ! นั่นมันศาสตร์แห่งจิตวิญญาณนี่!!!
ลุงบุญ : ชู่!~ เบาๆ สิพ่อหนุ่ม เดี๋ยวคุณนายที่บ้านมาเห็นผม จะซวยเอาได้
พิชิต : น้องขอโทษด้วยนะครับ แหะๆ น้องตื่นเต้นไปหน่อย แล้วลุงขูดเลขยังไงครับ เห็นเลขแล้วหรือยัง
ลุงบุญ : ยังลางๆ อยู่เห็นเลขไม่ค่อยชัดเท่าไร พ่อหนุ่มท่าทางสนใจน่าดูนะ
ผมสอนขูดไว้ให้เป็นความรู้รอบตัวเอาไหมล่ะ
พิชิต : จริงหรือครับ!? ลุงจะถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้น้องจริงๆ หรือครับ เป็นพระคุณอย่างสูงจริงๆ ครับ
ลุงบุญ : รู้ไว้เป็นความรู้รอบตัวละกันนะพ่อหนุ่ม ยังเด็กอยู่เลย มันไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไรหรอกนะ
แล้วห้ามไปบอกใครล่ะว่าผมสอนน่ะ
พิชิต : ขอบคุณที่สอนสั่งครับ น้องจะจำไว้เป็นบทเรียนชีวิต ไม่ต้องห่วงครับ น้องเป็นเด็กดี
จะปิดปากให้เงียบกริบ และจะไม่ลองเล่นเด็ดขาดครับ
ลุงบุญ : //ลุงบุญพยักหน้าตอบ
เวลาขูดหวยเนี่ยนะ เคล็ดอย่างหนึ่งก็คือขูดตอนใกล้ๆ หวยออก เลขมันจะได้ไม่คลาดเคลื่อน
แล้วก็เอาแป้งทาตัวธรรมดานี่ ทาๆ หน่อย แล้วก็ใช้เหรียญบาทหรือนิ้วก็ได้ค่อยๆ ขูดนะ
แล้วพ่อหนุ่มก็ต้องพึ่งสายตาตัวเองล่ะ ต้องใช้จินตนาการตัวเองหน่อย ก็จะเห็นเลขละ
อย่างนี่ที่ผมขูดก็พอเห็นลางๆ เป็นเลข....๒
พิชิต : //เกาหัวงงๆ
ดูยากจริงๆ น้องแทบจะตีลังกาตะแคงหัวดูอยู่แล้วยังมองไม่ออกเลย
ลุงบุญ : มันอยู่ที่ประสบการณ์ด้วยล่ะนะพ่อหนุ่ม ฮ่าๆๆ
พิชิต : ///ยิ้มพยักหน้าหงึกหงัก
เอ.... จะว่าไปแล้ว น้องเห็นลุงพูดถึงคุณนายที่บ้าน นี่ใช่ภรรยาของลุงหรือเปล่าครับ
ลุงบุญ : ใช่แล้วล่ะพ่อหนุ่ม เขาทำงานเป็นแม่บ้านที่นี่ซะด้วย ผมถึงไม่อยากให้พ่อหนุ่มเสียงดังไปน่ะ
เดี๋ยวเขาเดินผ่านมาผมจะโดนดุเอา ฮะๆ
พิชิต : ถึงลุงจะกลัวภรรยาดุ แต่แววตาลุงยามพูดถึงมันเต็มไปด้วยความรักอันลึกซึ้ง
คงจะรักเธอมากเลยสินะครับ
ลุงบุญ : รักมากสิพ่อหนุ่ม เขาเป็นคู่คิดคู่ชีวิตผมมานาน ผ่านอุปสรรคต่างๆ มาด้วยกันก็มาก ถ้าผมไม่มีเขา
ผมยังไม่กล้าแม้แต่จะคิดเลยว่าชีวิตผมทุกวันนี้จะเป็นยังไง เพราะมีเขาอยู่ผมจึงมีความสุขอยู่ทุกวันนี้
พิชิต : ลุงทำให้น้องนึกถึงเพลงหนึ่งขึ้นมาเลยล่ะครับ เพลงนี้....
//พิชิตร้องเพลงเบาๆ
~ยิ่งกว่าคำว่ารัก มากกว่าคำว่าใช่
เป็นคู่แท้คู่ใจที่หากันจนเจอ ยิ่งได้ยินว่ารักยิ่งรักรักเธอ
นานแค่ไหนน่ะเหรอ คำว่าตลอดกาลก็ยังนานไม่พอ~
ลุงบุญ : เพลงยิ่งกว่าคำว่ารัก มากกว่าคำว่าใช่ของตั๊กแตน ชลดานี่นา! เพลงโปรดของผมเลยล่ะ
พ่อหนุ่มฟังเพลงลูกทุ่งด้วยรึ คอเดียวกับผมเลยฮ่าๆๆ
พิชิต : โอ้~ คุณพระ! ลุงก็ชอบเหมือนกับน้องงั้นหรือครับ น้องโปรดปรานเพลงลูกทุ่งที่สุดเลย
โดยเฉพาะของพี่ตั๊กแตน ชลดา ทั้งเสียงใสไพเราะ ลูกคอเสนาะหู
ล่าสุดนี่พี่เขายังได้อันดับต้นๆ ของเพลงดังด้วยนะครับ
ลุงบุญ : ผมก็ชอบเหมือนกัน หมุนวิทยุไปคลื่นไหนๆ ส่วนใหญ่ก็เจอแต่หนูตั๊กแตนนี่ล่ะ เสียงเขาดีจริงๆ ฮะๆ
พิชิต : //เหลือบมองนาฬิกา
โอ้ อนิจจา...เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วนัก
คุณลุงครับน้องคงต้องขอตัวไปสัมภาษณ์ผู้อื่นต่อแล้วล่ะครับ
มิเช่นนั้นเกรงว่าเวลาจะไม่ทันการณ์ หากมีโอกาสน้องขอมาสนทนากับลุงอีกนะครับ
ลุงบุญ : ได้สิพ่อหนุ่ม ขอให้โชคดีในการสอบนะ
พิชิต : ขอบพระคุณจริงๆ ครับลุง //ยกมือไหว้สวัสดี
ปัจฉิมลิขิต : ขอความกรุณาจากทางโรงเรียนเก็บเรื่องราวที่สัมภาษณ์เป็นความลับราชการ ทั้งนี้ทั้งนั้นลุงบุญอาจจะเดือดร้อนได้หากคุณนายที่บ้านทราบ
....................................................................................
สรุปโดยสังเขป....
บุญมี ไผ่นวล (ลุงบุญ)
• พนักงานขับเกวียนยนต์ของโรงเรียนที่แสนใจดี
• เป็นเซียนจำแลง! มีนิ้วฤทธิ์ขูดเลขได้! มีตาทิพย์ไว้เพ่งเลข! มีรัศมีไอเซียนจากหน้าผาก
• อิ่มไอทิพย์จากสวรรค์จึงค่อนข้างอ้วนท้วมอุดมสมบูรณ์
• รักคุณนายที่บ้านยิ่งชีพ จนสัมผัสได้ถึงความรักอันแสนหวานละมุนละไมอยู่ในบรรยากาศ
• โปรดปรานเพลงลูกทุ่งเป็นอย่างยิ่ง!
• น่ารักมาก!
....................................................................................
นี่เป็นรูปของลุงบุญจ้ะแม่ หนูไก่วาดเองเลยนะจ๊ะ

....................................................................................
แผ่นที่ ๒ เป็นเรื่องราวตอนสัมภาษณ์พี่อชิระล่ะจ้ะแม่ เขามีอัธยาศัยไมตรีที่แสนดี รอยยิ้มของพี่เขาช่างน่าหลงใหลเสียจริงจ้ะแม่ มันประทับใจหนูไก่มากๆ ตั้งแต่แรกพบสบตาทักทายกัน แม้เขาจะดูประหลาดๆ ไปบ้าง แต่เด็กเมืองทุกคนก็คงเป็นแบบนี้กระมัง อะไรบางอย่างในตัวพี่อชิระนั้นช่างทรงเสน่ห์...อย่างที่หนูก็บอกไม่ถูก...
หนูเจอพี่อชิระที่ข้างสนามฟุตบอล หนูไก่เก็บลูกฟุตบอลที่กลิ้งมาได้ แล้วพี่เขาตามมาเก็บลูกพอดี หนูจึงถือโอกาสสัมภาษณ์พี่เขาเสีย ชื่อเล่นพี่เขาน่าสนใจจนหนูอดซักถามไม่ได้ พี่เขาดูตลกๆ น่ารักจริงๆ
.
.
.
.
.
.
๒
รุ่นพี่
อชิระ เชษฐ์ตระกูลวงศ์ (พี่ไข่หวาน)
เวลา ๑๑.๕๕ น.
พิชิต : ลูกหนังของผู้ใดกลิ้งมาหนอ?
พี่อชิระ : นายจะไปไหนเบนจามิน รอด้วยสิ! หือ?
พิชิต : //ส่งยิ้มให้เมื่อเห็นคนวิ่งมาแต่ไกลๆ
นี่ของพี่หรือเปล่าครับ?
//ยื่นลูกฟุตบอลให้
พี่อชิระ : อ้อ ใช่ๆ ขอบคุณน้องมาก เบนจามินวันนี้วิ่งเร็วเกินไปนะ ไม่รอกันบ้างเลย~ //ก้มดุลูกฟุตบอล
พิชิต : สวัสดีครับพี่ ผมชื่อพิชิต ใจหาญ ชื่อเล่นชื่อไก่ น้องรบกวนสัมภาษณ์พี่ได้ไหมครับ
พี่ชื่ออะไร เรียนอยู่ชั้นไหนแล้วครับพี่ชายสุดหล่อ~
พี่อชิระ : ฮะ ฮ่าพูดได้ดีนี่น้องชาย!! ได้เลย! พี่ชื่ออชิระ เชษฐ์ตระกูลวงศ์ ชื่อเล่นชื่อไข่หวาน
กำลังจะขึ้นชั้นม.6 อนาคตจะไปเป็นเดือนมหาวิทยาลัย!
พิชิต : พี่ก็น่าจะเป็นได้อยู่นะครับ แม้แต่ผมยังหลงใหลในตัวพี่เลย ว่าแต่ว่าถ้าพี่ชื่อเล่นไข่หวาน
ถ้าพี่มีน้อง หรือลูก พี่จะตั้งชื่อไข่เค็ม ไข่ตุ๋น ไข่เจียว ไข่มะตูม หรือว่าจะ...
พี่อชิระ : หยุดครับ หยุดก่อนครับน้อง!
พิชิต : หืม? ทำไมหรือครับพี่อชิระ น้องพูดอะไรผิดไปหรือเปล่าครับ?
ทำไมพี่เหงื่อออกแปลกๆ พี่ไม่สบายหรือครับ ให้น้องพาไปห้องพยาบาลไหม?
พิ่อชิระ : มะ-ไม่ต้องครับน้อง! พี่ไม่ได้เป็นอะไรครับ น้องหลงใหลอะไรในตัวพี่ครับเนี่ย!
ละ-แล้วชื่อพี่ไปเกี่ยวอะไรกับไข่พวกนั้นเนี่ย!?
พิชิต : หน้าตาพี่ดึงดูดน้องนี่ครับ โดยเฉพาะเวลาพี่ยิ้มโลกทั้งใบก็ดูสว่างสดใส ส่วนเรื่องชื่อ
น้องก็แค่อยากรู้ว่าพี่จะตั้งชื่อให้สอดคล้องกับชื่อไข่หวานไหมเพียงเท่านั้นแหละครับ
//ส่งยิ้มให้อีกครั้ง
พี่อชิระ : เอ่อ น้องไม่ได้คิดอะไรกับพี่สินะ น้องไม่ได้คิดอะไรอย่างนั้นเลยใช่ไหม ฮะๆ //เหงื่อตก
พิชิต : แหม่ พี่ครับคิดสิครับ ตอนนี้ในอกน้องก็มีแต่เรื่องของพี่เต็มไปหมดแหละครับ
ในเมื่อน้องกำลังสัมภาษณ์พี่อยู่ น้องจะไปคิดถึงเรื่องอื่นใดได้ล่ะครับ?
แล้วพี่จะตั้งชื่ออย่างที่น้องบอกหรือเปล่าครับ
พี่อชิระ : น้องครับคำพูดมันชวนคิดลึกมากเลย พี่จะพยามยามไม่คิดอะไรละกันนะ ฮะๆ
ว่าแต่ว่า....น้องอยากรู้เรื่องชื่อจริงๆ ดิ //มองด้วยสายตาหวาดระแวง
พิชิต : จริงสิครับ น้องจะโกหกพี่ไปทำไม?
พี่อชิระ : ถามจริงก็ตอบจริง เอ้า! พี่เป็นลูกคนเดียวครับน้อง
ต่อให้พี่มีลูกพี่ก็ไม่ตั้งชื่อตระกูลไข่ที่น้องว่ามาหรอก เกิดลูกพี่เป็นลูกชายขึ้นมาตั้งชื่อว่า *ไข่คน*
ถ้าลูกชายของพี่แต่งงานไปก็คงกลายเป็น *ไข่ลูกเขย* ชีวิตคงอับเฉาบัดซบน่าดู
เพราะฉะนั้นพี่ไม่ตั้งแน่นอนครับ!
พิชิต : ขอบคุณพี่อชิระมากนะครับที่ให้สัมภาษณ์ ผมหมดข้อสงสัยแล้วล่ะครับ //ยกมือไหว้สวัสดี
พี่อชิระ : ฮะ!? น้องอยากรู้แค่นี้?
พิชิต : ครับพี่ ขอบคุณพี่มากจริงๆ ผมชอบพี่จริงๆครับ
มันคงจะเป็นพรหมลิขิตที่ดลบันดาลทำให้เราสองเจอกันนะครับ
//ส่งยิ้มให้ก่อนเดินจากมาอย่างสุภาพ
....................................................................................
สรุปโดยสังเขป
อชิระ เชษฐ์ตระกูลวงศ์ (ไข่หวาน)
• มีเพื่อนเป็นลูกฟุตบอลชื่อเบนจามิน วิ่งเร็วมาก ดูท่าพี่อชิระจะชอบเตะเพื่อนมาก...
• กำลังจะขึ้นชั้นม.๖ อนาคตเป็นเดือนมหาวิทยาลัย
• น่าหลงใหล มีเสน่ห์ดึงดูด เวลายิ้มมีประกายออร่าแห่งมิตรภาพ
• เป็นลูกคนเดียว
• ถ้ามีลูกชายจะไม่ตั้งชื่อว่า *ไข่คน* เด็ดขาด! รวมถึงชื่อตระกูลไข่อื่นๆ ด้วย
....................................................................................
พี่อชิระจ้ะ

....................................................................................
แผ่นที่ ๓ เป็นเรื่องราวตอนหนูไก่สัมภาษณ์ครูเอกธิดาจ้ะ ท่านสอนวิชาภาษาไทยในชั้นม.๕ ท่านเป็นอาจารย์ที่นอกจากจะมีรูปโฉมงดงามราวกับเทพอัปสรจำแลงกายแล้วยังมีจิตใจเมตตากรุณายิ่ง....
....แม่จ๋านางฟ้าเป็นอย่างนี้นี่เอง...หนูไก่ประจักษ์เห็นแล้ว!
ขณะนั้นหนูกำลังเดินหลงทางอยู่ในป่า หาทางออกสักเท่าไรก็ไม่พบ หนูจึงได้แต่พนมมือวอนไหว้เทวดาฟ้าดิน ขอให้ท่านช่วยนำพาหนูไก่ไปยังทางออก และแล้วนางฟ้าก็ปรากฎกายขึ้นทันใด! เป็นครูเอกธิดานั่นเอง! ท่านมาช่วยชี้ทางเบิกเนตรให้หนูเห็นซึ่งหนทาง ความกรุณาใจดีเอาใจใส่ รอยยิ้มอันอบอุ่นน่าตรึงใจ ดวงตาที่เปล่งประกายดุจดวงดารา สายตาที่แสนอ่อนโยน ท่าทางเหล่านั้นของครูเอกธิดา มันทำให้หนูขวยเขินจนไม่กล้าสบตารู้สึกหน้าร้อนๆ แปลกๆ.....
สรุปก็คือ....หนูไก่ปลื้มครับ!
๓
คุณครู
ครูเอกธิดา แจ่มกรุณา (ครูเอก)
เวลา ๑๓.๐๐ น.
พิชิต : ขอวอนไหว้องค์เทวดาฟ้าดิน โปรดคุ้มครองข้าพเจ้า ให้ข้าพเจ้านี้หลุดพ้นดินแดนลับแลนี้ด้วยเทอญ~
//หลับตา ยกมือไหว้ฟ้าดิน
ครูเอก : คุณคะ มีอะไรให้ช่วยไหมคะ? ดิฉันเห็นคุณเดินวนไปเวียนมาตั้งแต่เมื่อสักครู่แล้ว
หลงทางหรือเปล่าคะ?
พิชิต : อ่า...เอ่อ...คะ-ครับ นะ-น้องหลงทาง พะ-พี่สาวเป็นนางฟ้าลงมาช่วยหนูสินะครับ//หลุบตาลงต่ำ
ครูเอก : ฮะๆ ไม่ใช่นางฟ้าหรอกจ้ะ ดูจากชุดนักเรียนแล้วคุณคงมาสอบสัมภาษณ์สินะคะ
ดิฉันเป็นคุณครูสอนอยู่ที่นี่ค่ะ ชื่อเอกธิดาค่ะ
พิชิต : อะ-เอ่อ...ครับ ผะ-ผมพิชิต ใจหาญ ถ้าไม่ว่าอะไรผมกราบเรียนขออนุญาตสัมภาษณ์คุณครูได้ไหมครับ
ครูเอก : ได้สิคะ
พิชิต : //สูดหายใจเข้าลึก รวบรวมสติ
ขอความกรุณาคุณครูช่วยแนะนำตัวให้ผมฟังอีกครั้งหน่อยนะครับ
ครูเอกธิดา : ดิฉันครูเอก เอกธิดา แจ่มกรุณาค่ะ เป็นครูสอนวิชาภาษาไทยชั้นม.๕ ค่ะ
พิชิต : สอนวิชาภาษาไทย!? จริงหรือครับ! ผมชอบวิชาภาษาไทยที่สุดในสามโลกเลยล่ะครับ!
ครูเอกธิดา : ดิฉันดีใจนะคะที่คุณชอบภาษาไทย ทำไมถึงชอบล่ะคะ //ยิ้ม
พิชิต : ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติ! เกิดเป็นคนไทยต้องรักภาษาไทย
เพราะภาษาไทยเป็นสิ่งที่แสดงว่าเราไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของผู้ใด!
มันเป็นความภาคภูมิใจ ภาษาไทยนั้นเป็นศิลปะ! มันคือศาสตร์แห่งความงามที่ไม่รู้จบ
เมื่อเรียงร้อยถ้อยคำก็เกิดความสละสลวย อาห์~ ไม่มีสิ่งใดจะงดงามกว่านี้อีกแล้ว
ช่างน่าเคลิบเคลิ้มเสียนี่กระไร~
.......
.....อุ่ย ขอโทษครับคุณครู ผมพูดมากเกินไปแล้วสินะ //ลูบหัวแก้เก้อ
ครูเอกธิดา : ไม่หรอกค่ะ ฟังแล้วมันทำให้ดิฉันรู้สึกชื่นใจในฐานะที่เป็นคนสอนวิชาภาษาไทยมากค่ะ
เด็กที่ชื่นชอบหรือรักภาษาไทยจริงๆ มีน้อยลงเรื่อยๆ อย่างน่าใจหาย
อย่างน้อยดิฉันได้เห็นคุณที่ยังภาคภูมิใจอยู่ ก็ทำให้รู้สึกมีกำลังใจในการสอนขึ้นเยอะค่ะ
พิชิต : ผะ-ผมต้องไปแล้วล่ะครับ ขอบพระคุณคุณครูเอกธิดามากนะครับที่ให้สัมภาษณ์
//ยกมือไหว้ หันหลังเตรียมเดินต่อ
ครูเอกธิดา : เดี๋ยวสิคุณคะ! ยังไม่รู้ทางเลยนี่คะ
พิชิต : ตายละเหวย! ตายละวา! จริงด้วยสิ!
แหะๆ เกือบลืมเรื่องนี้ไปจริงๆ ด้วยสิครับ
ครูเอกธิดา : ที่นี่เป็นพื้นที่ป่าของโรงเรียนค่ะ ถ้าจะเดินออกไปสัมภาษณ์คนอื่นต่อ
คุณต้องเดินตรงออกไปทางนั้นค่ะ //ชี้
เดินออกไปก็จะเห็นอาคารคหกรรมตั้งอยู่ด้านหน้าเลยค่ะ ขอให้โชคดีในการสอบนะคะ
พิชิต : ขะ-ขะ-ขอบพระคุณคุณครูจริงๆ ครับ //ยกมือไหว้สวัสดี
....................................................................................
สรุปโดยสังเขป...
ครูเอกธิดา แจ่มกรุณา (ครูเอก)
• ครูสอนวิชาภาษาไทยชั้นม. ๕
• งดงามดั่งเทพอัปสรจำแลงกาย ปากนิด จมูกหน่อย รูปร่างอรชรอ้อนแอ้นสง่างาม
• ยามเยื้องย่างขยับกายทำกิริยาใดๆ สมเป็นกุลสตรีไทย
• ใจดีมีเมตตา อ่อนโยน สามารถอ่านใจผู้ทุกข์ร้อน ช่วยส่องทางแก้ปัญหายามคับขันของชีวิตได้
• เปล่งประกายละอองรัศมีระยิบระยับได้
....................................................................................
คุณครูเอกธิดา~ คุณครูนางฟ้า~

....................................................................................
แผ่นที่ ๔ เป็นเรื่องราวตอนหนูไก่ไปสัมภาษณ์พี่สิมิลัน พี่เขาน่ารักมากเลยล่ะ ร่าเริงแจ่มใสเป็นมิตร ชอบทำขนมเสียด้วย หนูไก่ไปเจอพี่เขากำลังทำแป้งหกกระจายเข้าพอดีที่ห้องชมรมคหกรรม ในตอนนั้นไม้กวาดอยู่ใกล้มือหนู หนูไก่จึงเข้าไปช่วยกวาดพร้อมทั้งสัมภาษณ์ไปด้วยจ้ะ
เมื่อสอบถามก็ได้ความว่าพี่สิมิลันกำลังทำขนมที่เรียกประหลาดๆ ว่าคลุกขี้ (ไก่ฟังผิดค่ะ) อยู่พอดี ด้วยชื่อที่แสนประหลาดล้ำ ประกอบกับหลังจากสัมภาษณ์เสร็จ เวลายังเหลืออยู่อีกมาก หนูไก่จึงอาสาช่วยพี่เขาทำด้วยความใคร่รู้วิชา พี่สิมิลันก็คอยสอนหนูด้วยล่ะจ้ะ แม้ขั้นตอนจะยุ่งยากไปบ้าง แต่ก็สนุกมากๆ เลยจ้ะแม่จ๋า หนูนึกว่าจะผสมสิ่งปฏิกูลเข้าไปด้วยซะอีก แต่มิใช่อย่างนั้นเลยจ้ะ อย่างไรก็ตามน่าเสียดายที่หนูไม่ทันอยู่ชิม เพราะต้องรีบไปถ่ายเอกสาร พร้อมทั้งส่งสัมภาษณ์เสียก่อน
หนูไก่คิดว่าถ้าหนูเข้ามาเรียนที่นี่ได้คงจะเข้าชมรมคหกรรมเหมือนพี่สิมิลันเขาเป็นแน่จ้ะ อยากจะลองทำขนมฝรั่งมังค่าเป็นอยู่หมือนกันจ้ะ
๔
รุ่นพี่
สิมิลัน นพรัตน์ตระกูล (ปั้นทราย)
เวลา ๑๓.๓๐ น.
พี่สิมิลัน : ว้าย! โครม! //ถุงแป้งหล่น
พิชิต : น้องช่วยกวาดนะครับพี่ //ถือไม้กวาด ส่งยิ้มให้
พี่สิมิลัน : อ๊ะ! ขอบคุณมากค่ะ //เหลือบมอง
ชุดนักเรียนโรงเรียนอื่นนี่นา น้องมาสอบสัมภาษณ์หรือเปล่าเอ่ย?
พิชิต : ใช่ครับพี่สาว น้องชื่อพิชิต ใจหาญ ชื่อเล่นชื่อไก่ครับพี่ จะเป็นการรบกวนพี่หรือไม่ครับ
ถ้าผมจะขอสัมภาษณ์พี่สักหน่อย?
พี่สิมิลัน : ฮะๆ ครบ 1 ปีแล้วหรอเนี่ย เวลาผ่านไปเร็วจัง ไม่อยากจะเชื่อเลยปีที่แล้ว
เรายังสอบสัมภาษณ์เหมือนน้องอยู่เลย ไม่ต้องห่วงสัมภาษณ์มาได้เลย ไม่รบกวนเราหรอก
พิชิต : พี่ชื่ออะไรหรือครับ?
ถ้าน้องเข้าใจไม่ผิดที่พี่บอกปีที่แล้วพี่สอบสัมภาษณ์แสดงว่าพี่อยู่ชั้นม.๕ สินะครับ
พี่สิมิลัน : เราชื่อสิมิลัน นพรัตน์ตระกูล ชื่อเล่นปั้นทราย เรายังไม่ได้ขึ้นชั้นม.๕ เลย
แต่ถ้าน้องไก่เข้ามาเราก็คงอยู่ชั้นม.๕ แล้วล่ะ ฮะๆ
พิชิต : น้องก็ได้แต่หวังว่าบุพเพสันนิวาส จะชักนำชะตาเราสองได้เป็นพี่น้องร่วมโรงเรียนกันจริงๆ นะครับ
พี่สิมิลัน : โหย~ น้องลิเกมาเชียว นั่นก็เวอร์เกินไปนะ ไม่ถึงขั้นบุพเพขนาดนั้นหรอกน้อง ฮ่าๆๆ น้องตลกดีนะ
พิชิต : ลิเกตรงไหน น้องมิได้เอื้อนเอ่ยขับบทกลอนกวีใดออกมาสักหน่อยนี่ครับ?
พี่สิมิลัน : ก็ศัพท์น้องมันชวนให้คิดงั้นนี่ ฟังแล้วจั๊กกะจี้ชอบกลนี่นา ฮะๆๆ
พิชิต : ช่างเถิด น้องก็ไม่เข้าใจสักเท่าใดหรอก พี่สิมิลันครับ พี่กำลังทำอะไรอยู่หรือครับ
ก่อนที่น้องจะมา ทำไมมีอุปกรณ์แปลกๆ เต็มไปหมดเลยล่ะครับ
พี่สิมิลัน : อ้อ เรากำลังจะทำขนมคุ้กกี้อยู่น่ะ แต่ยังไม่ทันเริ่มแป้งก็หกลงมาซะก่อนน่ะ น้องก็มาพอดีนี่แหละ
พิชิต : ชื่อประหลาดดีนะครับ เป็นขนมอย่างไรหรือครับ
พี่สิมิลัน : หืม? ก็แค่ขนมอบธรรมดาเอง น้องไม่รู้จักงั้นหรอ แปลกจัง
พิชิต : คงเป็นพวกขนมฝรั่งสินะครับ น้องไม่รู้จักหรอกครับ //เกาหัวงง
แต่ถ้าเป็นขนมไทยล่ะก็...น้องรู้จักทำเป็นหมดครับ ฮะๆ
พี่สิมิลัน : เอ๋! น้องทำเป็นด้วยงั้นหรอ น้องดูหน้าตาฝรั่งมากเลยนะ แถมยังเป็นผู้ชายอีก
หายากนะที่จะมีผู้ชายทำเป็นแถมนี่เป็นขนมไทยอีกด้วย
หน้าตาอย่างน้องถ้าบอกว่าทำขนมเค้กเป็นยังน่าเชื่อกว่าอีกนะเนี่ย
พิชิต : คุณแม่บอกว่าผู้ชายก็ควรหัดเรื่องเรือนครัวไว้เสียด้วย จะได้ไม่ลำบากยามไร้คู่ครองครับ
น้องก็เลยฝึกไว้ ขอให้เป็นอาหารหรือขนมไทยก็ทำได้หมดล่ะครับ แต่พวกขนมฝรั่งไม่เป็นหรอกครับ
พี่สิมิลัน : น้องไก่ไม่ขึ้นคานหรอกเชื่อเราสิ ใครได้เป็นภรรยาน้องคงสบายน่าดูเลยนะเนี่ย ฮะๆๆ
พิชิต : น้องมีเวลาเหลือจากสอบสัมภาษณ์อยู่ ถ้าพี่ไม่ว่าอะไรน้องขอช่วยพี่ทำขนมด้วยได้หรือไม่ครับ
ถือเสียว่าชดเขยเวลาที่พี่เสียละกันครับ น้องก็อยากทำขนมฝรั่งอยู่เหมือนกัน นะครับพี่น้า~
พี่สิมิลัน : ได้สิ เดี๋ยวเราสอนเอง!
....................................................................................
สรุปโดยสังเขป…
สิมิลัน นพรัตน์ตระกูล (ปั้นทราย)
• พี่สาวใจดี เป็นมิตร ร่าเริงแจ่มใส กำลังจะขึ้นชั้นม.๕
• มีเสียงหัวเราะใสแจ๋วที่แสนระรื่นหู ราวกับเสียงกระดิ่งยามต้องลมพัด
• ชอบทำขนม ทำขนมฝรั่งประหลาดๆ ที่เรียกว่าคลุกขี้ได้
....................................................................................
พี่สิมิลัน พี่สาวใจดี

....................................................................................
แม่จ๋า แม้ที่โรงเรียนลูกบาศก์อะไรๆ ก็ดูน่าพิศวงไปเสียหมด จนหนูไก่รู้สึกแปลกๆ อยู่บ้าง แต่แม่จ๋ามิต้องเป็นห่วงนะจ๊ะ หนูไก่อยู่ได้ หนูจะพยายามปรับตัวให้เข้ากับสังคมที่เป็นอยู่ให้ได้ ผู้คนที่โรงเรียนลูกบาศก์ล้วนเป็นมิตรน่ารักมากจ้ะ หนูจะเติบโตเป็นลูกที่แม่จ๋าภูมิใจให้ได้จ้ะ
รักและคิดถึง
หนูไก่
.......................................................................................................................................................
*แถมท้าย*
ถึงลูกไก่
การที่ลูกเขียนจดหมายมาถึงแม่ แม่ก็ดีใจอยู่ แต่กว่าจดหมายจะมาส่งถึงนั้นนานเกินไปและแม่ก็คงไม่เขียนตอบกลับมาอย่างนี้อีก เพราะแม่ขี้เกียจเขียน ถ้าลูกจะส่งรูปมากับจดหมายก็ได้อยู่ ถึงอย่างนั้นก็เถอะแม่อยากรู้เรื่องราวความเป็นอยู่ของลูกเร็วกว่านี้นะ! ลูกไก่คงลืมชาร์ตแบตมือถือสินะ แม่โทรหาเท่าไรก็ไม่ติด วันหลังลูกไก่ไม่ต้องเขียนจดหมายมาก็ได้ โทรศัพท์มาหาแม่เลยดีกว่า แม่อยากได้ยินเสียงลูกบ้าง หลังจากได้จดหมายนี้ลูกก็โทรศัพท์มาหาแม่เลยนะ แม่อยากคุยกับลูกโดยตรง
ป.ล.ถ้าลูกไก่ชาร์ตแบตมือถือไม่เป็น ก็ให้คุณยายสอนนะ คุณยายท่านใช้โทรศัพท์เป็น
ด้วยความคิดถึงและห่วงใย
แม่
....................................................................................................................................................
//นอนตายคาคอมเผอิญช่วงนี้ยุ่งๆ กับการรับน้อง จัดเอกสารนู่นนี้ ไม่ค่อยได้อยู่บ้านบ่อย
เขียนบนใบลานชูให้เลยทีเดียว ฮ่าๆๆ ขอบคุณมากค่ะ หัวเราะเป็นเลขไทยซะสวยงามเชียวฮ่าๆๆ
//ขอบคุณมากค่ะ
ไว้มาเล่นกันเถอะ~ปลื้มมานาน~ ชอบมีคนหลังไมค์คนนึงมากรี๊ดไข่หวานให้ฟังบ่อยๆ จนเป็น fc ไข่หวานอยู่ห่างๆ

ขอบคุณค่ะ เย่!~ ผ่านไปแล้วอีกหนึ่ง
ฟีเจอริ่งไก่ไข่
~ อูว์~~ขอบคุณค่ะที่ให้ผ่าน ยอมรับค่ะว่ากังวลกับครูเอกธิดาที่สุดแล้ว เป็นตัวละครที่ค่อนข้างยากมากๆ เวลาเขียนเลยไม่ค่อยลื่นไหล แต่เห็นว่าตอนสัมภาษณ์จะช่วยเสริมบุคลิกของลูกชายได้ เลยเลือกมาเล่นค่ะ
ถึงค.ห.12 ผปค.ครูเอม

ถึงค.ห.13 ผปค.เฟิร์นรุ่น 4
ไม่นึกว่ามันจะฮา

