รายชื่อผู้ถูกสัมภาษณ์เรียงตามลำดับ
 
• บุญมี ไผ่นวล (ลุงบุญ) -พนักงานขับรถ
• อชิระ เชษฐ์ตระกูลวงศ์ (ไข่หวาน)  -นักเรียนชายรุ่น 3
• เอกธิดา แจ่มกรุณา (ครูเอก) -คุณครูวิชาภาษาไทย
• สิมิลัน นพรัตน์ตระกูล (ปั้นทราย) -นักเรียนหญิ่งรุ่น 4
 

 แก้ไขครั้งที่ 1 20/05/2555-----แก้ไขตามที่ผปค.ปั้นทรายแนะนำ

 แก้ไขครั้งที่ 2 25/05/2555 --แก้ไขตามที่ผปค.ครูเอมและผปค.เฟิร์นรุ่น 4 แนะนำ

 

 

 

 

กราบเท้าแม่จ๋าที่เคารพรัก

 

 

 

                แม่จ๋าเป็นอย่างไรบ้าง สบายดีหรือเปล่าจ๊ะ หนูไก่สบายดีจ้ะ หนูมีเรื่องจะแจ้งให้แม่จ๋าทราบ ๒ เรื่องด้วยกันจ้ะ

 

 

                เรื่องที่ ๑ คือความเป็นอยู่ของหนู ตั้งแต่อยู่กับคุณยาย หนูก็ได้รู้ว่าโลกเรามันกว้างใหญ่เสียจริง ในเมืองนั้นอะไรก็ดูแปลกตาไปหมด เกวียนยนต์ที่นี่เยอะมากเหาะสวนไปสวนมาจนลายตา พฤกษานั้นมีแทบจะนับต้นได้ อากาศเลยร้อนไม่เหมือนบ้านเราเลยล่ะ อะไรๆ ก็แปลกดี แต่ที่หนูไก่ตกใจที่สุดตอนมาใหม่ๆ ก็คือ....

 


 

           โอ้คุณพระช่วย! ตอนกลางวันผู้ชายที่นี่ใส่เสื้อด้วยล่ะ! ร้อนราวกับเพลิงกัลป์ขนาดนี้ ยังทนใส่เสื้อกันได้อีก!

 


 

             หนูไก่เพิ่งจะรู้ว่ามันเป็นธรรมเนียมของที่นี่ ก็ตอนที่คุณยายดุหนูที่หนูถอดเสื้อเดินไปมากลางที่สาธารณะนี่แหละจ้ะ จะว่าไปตอนนั้นหนูก็รู้สึกตะหงิดๆ อยู่เหมือนกัน มิน่าล่ะมีแต่คนจ้องมอง น่าอายจริงเชียว ผิดธรรมเนียมบ้านเมืองเสียได้ ผู้คนคงจะพากันครหาติฉินนินทาถึงวงศ์ตระกูล หนูเสียใจจ้ะแม่จ๋า หนูขอโทษด้วยนะจ๊ะ

 

 

 

                 เรื่องที่ ๒ ที่อยากให้แม่จ๋าทราบคือ เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๖ มีนาคมที่ผ่านมา หนูไก่ไปสัมภาษณ์เพื่อสอบเข้าโรงเรียนลูกบาศก์มาจ้ะ แม่จ๋าคงอยากรู้ว่าหนูสัมภาษณ์เป็นอย่างไรบ้าง หนูจึงไปถ่ายสำเนาเอกสารสิ่งที่หนูจดตอนสัมภาษณ์เก็บมาด้วยชุดหนึ่ง แนบมากับจดหมายฉบับนี้ หนูไก่จะเขียนอธิบายประกอบด้วยนะจ๊ะ แม่จ๋าจะได้ไม่สับสน

 


 

                  แผ่นที่ ๑ เป็นเรื่องราวตอนสัมภาษณ์ลุงบุญจ้ะแม่ หนูไก่ปลื้มเขามากๆ เลย หนูเจอเขาที่สวนพฤกษศาสตร์ของโรงเรียน ลุงเขากำลังขูดหาหวยที่ต้นมะม่วง หนูไก่จึงไปทักทายด้วยความสนใจใคร่รู้ ตอนแรกหนูเรียกว่าพี่ชาย แต่เขาอนุญาตให้หนูไก่เรียกว่าลุงล่ะ ลุงบุญเป็นคนน่ารักมาก ตอนหนูถามเขาเรื่องเลขหวย ลุงเขาไม่หวงเลยล่ะจ้ะ กลับมีไมตรีสอนขูดเลขหวยด้วยล่ะ แต่ศาสตร์ศิลป์แห่งการดูหวยมันล้ำลึกมาก จนหนูไก่ไม่สามารถเข้าถึงได้ ซึ่งเป็นที่เสียใจยิ่ง


                  อย่างไรก็ตามมีสิ่งหนึ่งที่หนูสามารถสัมผัสถึงได้ นั่นคือจิตวิญญาณความรักอันแสนบริสุทธิ์ของลุงบุญกับภรรยาจ้ะแม่จ๋า ทั้งแววตา สีหน้า คำพูด ทั้งหมดนั้นล้วนสื่อถึงความในใจอันแสนหวานล้ำ มันทำให้หนูนึกถึงเพลงของพี่ตั๊กแตน ชลดาขึ้นมาจับใจ จึงขับร้องเพลงบางท่อนให้ลุงเขาฟัง ไม่นึกเลยว่าลุงเขาก็รู้จัก แถมยังโปรดปรานเหมือนกันเสียด้วยจ้ะ แม้หนูอยากสนทนาเรื่องนี้ต่อเพียงใด แต่หนูก็ไม่ลืมจ้ะว่ามาสอบสัมภาษณ์

 .

.

.

.

  

 

 

 

 

บุคลากรพิเศษ : พนักงานขับรถของโรงเรียน 

บุญมี  ไผ่นวล (ลุงบุญ)

เวลา ๑๑.๓๐ น.

พิชิต :      น้องชื่อพิชิต ใจหาญ ชื่อเล่นชื่อไก่ครับ               
               น้องขออนุญาตสัมภาษณ์พี่ชายได้ไหมครับ

 

 

 

ลุงบุญ :    ได้สิพ่อหนุ่ม ผมชื่อบุญมี ไผ่นวล เรียกผมว่าลุงบุญละกันนะพ่อหนุ่ม ไม่ต้องพี่ชายพี่เชยอะไรหรอก
                ผมก็อายุปูนนี้แล้ว ฮะๆๆ ผมเป็นพนักงานขับรถของโรงเรียนครับ  ///ลุงส่งยิ้มให้

 

 

 

พิชิต :      ลุงกำลังทำอะไรที่ต้นไม้อยู่หรือครับ น้องนี้ฉงนสงสัยเป็นยิ่งนัก

 

 



ลุงบุญ :    ผมกำลังขูดหาเลขเด็ดอยู่น่ะครับ

 


 

พิชิต :      โอ้แม่เจ้าแม่จิต! ขูดเลข! ขูดหวยน่ะหรอครับ! นั่นมันศาสตร์แห่งจิตวิญญาณนี่!!!

 

 

 

ลุงบุญ :  ชู่!~ เบาๆ สิพ่อหนุ่ม เดี๋ยวคุณนายที่บ้านมาเห็นผม จะซวยเอาได้

 

 

 

พิชิต :      น้องขอโทษด้วยนะครับ แหะๆ น้องตื่นเต้นไปหน่อย แล้วลุงขูดเลขยังไงครับ เห็นเลขแล้วหรือยัง

 

 

 

ลุงบุญ :  ยังลางๆ อยู่เห็นเลขไม่ค่อยชัดเท่าไร  พ่อหนุ่มท่าทางสนใจน่าดูนะ
              ผมสอนขูดไว้ให้เป็นความรู้รอบตัวเอาไหมล่ะ

 

 

 

พิชิต :      จริงหรือครับ!? ลุงจะถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้น้องจริงๆ หรือครับ เป็นพระคุณอย่างสูงจริงๆ ครับ

 

 

 

ลุงบุญ :  รู้ไว้เป็นความรู้รอบตัวละกันนะพ่อหนุ่ม ยังเด็กอยู่เลย มันไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไรหรอกนะ  
              แล้วห้ามไปบอกใครล่ะว่าผมสอนน่ะ

 

 

 

พิชิต :      ขอบคุณที่สอนสั่งครับ น้องจะจำไว้เป็นบทเรียนชีวิต  ไม่ต้องห่วงครับ น้องเป็นเด็กดี
                จะปิดปากให้เงียบกริบ และจะไม่ลองเล่นเด็ดขาดครับ  

 

 

 

ลุงบุญ : //ลุงบุญพยักหน้าตอบ
                เวลาขูดหวยเนี่ยนะ เคล็ดอย่างหนึ่งก็คือขูดตอนใกล้ๆ หวยออก เลขมันจะได้ไม่คลาดเคลื่อน
                แล้วก็เอาแป้งทาตัวธรรมดานี่ ทาๆ หน่อย แล้วก็ใช้เหรียญบาทหรือนิ้วก็ได้ค่อยๆ ขูดนะ
                แล้วพ่อหนุ่มก็ต้องพึ่งสายตาตัวเองล่ะ ต้องใช้จินตนาการตัวเองหน่อย ก็จะเห็นเลขละ
                อย่างนี่ที่ผมขูดก็พอเห็นลางๆ เป็นเลข....๒

 

 

 

พิชิต :      //เกาหัวงงๆ
                ดูยากจริงๆ น้องแทบจะตีลังกาตะแคงหัวดูอยู่แล้วยังมองไม่ออกเลย

 

 

 

ลุงบุญ :    มันอยู่ที่ประสบการณ์ด้วยล่ะนะพ่อหนุ่ม ฮ่าๆๆ

 

 

 

 

 

พิชิต :      ///ยิ้มพยักหน้าหงึกหงัก
                เอ.... จะว่าไปแล้ว น้องเห็นลุงพูดถึงคุณนายที่บ้าน นี่ใช่ภรรยาของลุงหรือเปล่าครับ

 

 


 

 

 

ลุงบุญ :  ใช่แล้วล่ะพ่อหนุ่ม เขาทำงานเป็นแม่บ้านที่นี่ซะด้วย ผมถึงไม่อยากให้พ่อหนุ่มเสียงดังไปน่ะ
             เดี๋ยวเขาเดินผ่านมาผมจะโดนดุเอา ฮะๆ

 

 

 

 

 

 

พิชิต :      ถึงลุงจะกลัวภรรยาดุ แต่แววตาลุงยามพูดถึงมันเต็มไปด้วยความรักอันลึกซึ้ง
               คงจะรักเธอมากเลยสินะครับ

 

 

 

 

 

 

ลุงบุญ :  รักมากสิพ่อหนุ่ม เขาเป็นคู่คิดคู่ชีวิตผมมานาน ผ่านอุปสรรคต่างๆ มาด้วยกันก็มาก ถ้าผมไม่มีเขา
             ผมยังไม่กล้าแม้แต่จะคิดเลยว่าชีวิตผมทุกวันนี้จะเป็นยังไง เพราะมีเขาอยู่ผมจึงมีความสุขอยู่ทุกวันนี้

 

 

 

 

 

 

พิชิต :      ลุงทำให้น้องนึกถึงเพลงหนึ่งขึ้นมาเลยล่ะครับ เพลงนี้....
                //พิชิตร้องเพลงเบาๆ

~ยิ่งกว่าคำว่ารัก มากกว่าคำว่าใช่
เป็นคู่แท้คู่ใจที่หากันจนเจอ ยิ่งได้ยินว่ารักยิ่งรักรักเธอ
นานแค่ไหนน่ะเหรอ คำว่าตลอดกาลก็ยังนานไม่พอ~

 

 

 

 

 

 

ลุงบุญ :  เพลงยิ่งกว่าคำว่ารัก มากกว่าคำว่าใช่ของตั๊กแตน ชลดานี่นา! เพลงโปรดของผมเลยล่ะ
             พ่อหนุ่มฟังเพลงลูกทุ่งด้วยรึ คอเดียวกับผมเลยฮ่าๆๆ

 

 

 

 

 

 

พิชิต :      โอ้~ คุณพระ! ลุงก็ชอบเหมือนกับน้องงั้นหรือครับ น้องโปรดปรานเพลงลูกทุ่งที่สุดเลย
               โดยเฉพาะของพี่ตั๊กแตน ชลดา ทั้งเสียงใสไพเราะ ลูกคอเสนาะหู
                ล่าสุดนี่พี่เขายังได้อันดับต้นๆ ของเพลงดังด้วยนะครับ

 

 

 

 

 

 

ลุงบุญ :  ผมก็ชอบเหมือนกัน หมุนวิทยุไปคลื่นไหนๆ ส่วนใหญ่ก็เจอแต่หนูตั๊กแตนนี่ล่ะ เสียงเขาดีจริงๆ ฮะๆ

 

 

 

 

 

 

พิชิต :      //เหลือบมองนาฬิกา
               โอ้ อนิจจา...เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วนัก
                คุณลุงครับน้องคงต้องขอตัวไปสัมภาษณ์ผู้อื่นต่อแล้วล่ะครับ 
                มิเช่นนั้นเกรงว่าเวลาจะไม่ทันการณ์ หากมีโอกาสน้องขอมาสนทนากับลุงอีกนะครับ

 

 

 

 

 

 

ลุงบุญ :  ได้สิพ่อหนุ่ม ขอให้โชคดีในการสอบนะ

 

 

 

 

 

 

พิชิต :      ขอบพระคุณจริงๆ ครับลุง //ยกมือไหว้สวัสดี

 

 

 

ปัจฉิมลิขิต : ขอความกรุณาจากทางโรงเรียนเก็บเรื่องราวที่สัมภาษณ์เป็นความลับราชการ ทั้งนี้ทั้งนั้นลุงบุญอาจจะเดือดร้อนได้หากคุณนายที่บ้านทราบ

 

 ....................................................................................

 

สรุปโดยสังเขป....

                บุญมี  ไผ่นวล (ลุงบุญ)


• พนักงานขับเกวียนยนต์ของโรงเรียนที่แสนใจดี


• เป็นเซียนจำแลง! มีนิ้วฤทธิ์ขูดเลขได้! มีตาทิพย์ไว้เพ่งเลข! มีรัศมีไอเซียนจากหน้าผาก


• อิ่มไอทิพย์จากสวรรค์จึงค่อนข้างอ้วนท้วมอุดมสมบูรณ์


• รักคุณนายที่บ้านยิ่งชีพ จนสัมผัสได้ถึงความรักอันแสนหวานละมุนละไมอยู่ในบรรยากาศ


 

• โปรดปรานเพลงลูกทุ่งเป็นอย่างยิ่ง!


• น่ารักมาก!

 ....................................................................................

 

นี่เป็นรูปของลุงบุญจ้ะแม่ หนูไก่วาดเองเลยนะจ๊ะ

 

 

.................................................................................... 

 

 

 

                แผ่นที่ ๒ เป็นเรื่องราวตอนสัมภาษณ์พี่อชิระล่ะจ้ะแม่  เขามีอัธยาศัยไมตรีที่แสนดี รอยยิ้มของพี่เขาช่างน่าหลงใหลเสียจริงจ้ะแม่ มันประทับใจหนูไก่มากๆ ตั้งแต่แรกพบสบตาทักทายกัน แม้เขาจะดูประหลาดๆ ไปบ้าง แต่เด็กเมืองทุกคนก็คงเป็นแบบนี้กระมัง อะไรบางอย่างในตัวพี่อชิระนั้นช่างทรงเสน่ห์...อย่างที่หนูก็บอกไม่ถูก...

 

 

 

                หนูเจอพี่อชิระที่ข้างสนามฟุตบอล หนูไก่เก็บลูกฟุตบอลที่กลิ้งมาได้ แล้วพี่เขาตามมาเก็บลูกพอดี หนูจึงถือโอกาสสัมภาษณ์พี่เขาเสีย ชื่อเล่นพี่เขาน่าสนใจจนหนูอดซักถามไม่ได้ พี่เขาดูตลกๆ น่ารักจริงๆ

 .

.

.

.

.

.

 

 

 

 

 

 

 

 

 ๒

รุ่นพี่

อชิระ เชษฐ์ตระกูลวงศ์ (พี่ไข่หวาน)

เวลา ๑๑.๕๕ น.

พิชิต :      ลูกหนังของผู้ใดกลิ้งมาหนอ?

 

 

 

พี่อชิระ : นายจะไปไหนเบนจามิน รอด้วยสิ! หือ?

 

 

 

พิชิต :      //ส่งยิ้มให้เมื่อเห็นคนวิ่งมาแต่ไกลๆ
              นี่ของพี่หรือเปล่าครับ?
             //ยื่นลูกฟุตบอลให้

 

 

 

พี่อชิระ : อ้อ ใช่ๆ ขอบคุณน้องมาก เบนจามินวันนี้วิ่งเร็วเกินไปนะ ไม่รอกันบ้างเลย~ //ก้มดุลูกฟุตบอล

 

 

 

พิชิต :      สวัสดีครับพี่ ผมชื่อพิชิต ใจหาญ ชื่อเล่นชื่อไก่ น้องรบกวนสัมภาษณ์พี่ได้ไหมครับ
               พี่ชื่ออะไร เรียนอยู่ชั้นไหนแล้วครับพี่ชายสุดหล่อ~

 

 

 

พี่อชิระ :    ฮะ ฮ่าพูดได้ดีนี่น้องชาย!! ได้เลย! พี่ชื่ออชิระ เชษฐ์ตระกูลวงศ์ ชื่อเล่นชื่อไข่หวาน
                กำลังจะขึ้นชั้นม.6 อนาคตจะไปเป็นเดือนมหาวิทยาลัย!

 

 

 

พิชิต :      พี่ก็น่าจะเป็นได้อยู่นะครับ แม้แต่ผมยังหลงใหลในตัวพี่เลย ว่าแต่ว่าถ้าพี่ชื่อเล่นไข่หวาน
               ถ้าพี่มีน้อง หรือลูก พี่จะตั้งชื่อไข่เค็ม ไข่ตุ๋น ไข่เจียว ไข่มะตูม หรือว่าจะ...

 

 

 

พี่อชิระ : หยุดครับ หยุดก่อนครับน้อง!

 

 

 

พิชิต :      หืม? ทำไมหรือครับพี่อชิระ น้องพูดอะไรผิดไปหรือเปล่าครับ?
               ทำไมพี่เหงื่อออกแปลกๆ พี่ไม่สบายหรือครับ ให้น้องพาไปห้องพยาบาลไหม?

 

 

 

พิ่อชิระ : มะ-ไม่ต้องครับน้อง! พี่ไม่ได้เป็นอะไรครับ น้องหลงใหลอะไรในตัวพี่ครับเนี่ย!
              ละ-แล้วชื่อพี่ไปเกี่ยวอะไรกับไข่พวกนั้นเนี่ย!?

 

 

 

พิชิต :      หน้าตาพี่ดึงดูดน้องนี่ครับ โดยเฉพาะเวลาพี่ยิ้มโลกทั้งใบก็ดูสว่างสดใส ส่วนเรื่องชื่อ
              น้องก็แค่อยากรู้ว่าพี่จะตั้งชื่อให้สอดคล้องกับชื่อไข่หวานไหมเพียงเท่านั้นแหละครับ
              //ส่งยิ้มให้อีกครั้ง

  

 

 

พี่อชิระ : เอ่อ น้องไม่ได้คิดอะไรกับพี่สินะ น้องไม่ได้คิดอะไรอย่างนั้นเลยใช่ไหม ฮะๆ //เหงื่อตก

 

 

 

พิชิต :      แหม่ พี่ครับคิดสิครับ ตอนนี้ในอกน้องก็มีแต่เรื่องของพี่เต็มไปหมดแหละครับ
               ในเมื่อน้องกำลังสัมภาษณ์พี่อยู่ น้องจะไปคิดถึงเรื่องอื่นใดได้ล่ะครับ?
               แล้วพี่จะตั้งชื่ออย่างที่น้องบอกหรือเปล่าครับ

 

 

 

พี่อชิระ : น้องครับคำพูดมันชวนคิดลึกมากเลย พี่จะพยามยามไม่คิดอะไรละกันนะ ฮะๆ 
              ว่าแต่ว่า....น้องอยากรู้เรื่องชื่อจริงๆ ดิ //มองด้วยสายตาหวาดระแวง

 

 

 

พิชิต :      จริงสิครับ น้องจะโกหกพี่ไปทำไม?

 

 

 

พี่อชิระ : ถามจริงก็ตอบจริง เอ้า! พี่เป็นลูกคนเดียวครับน้อง
              ต่อให้พี่มีลูกพี่ก็ไม่ตั้งชื่อตระกูลไข่ที่น้องว่ามาหรอก เกิดลูกพี่เป็นลูกชายขึ้นมาตั้งชื่อว่า *ไข่คน*
              ถ้าลูกชายของพี่แต่งงานไปก็คงกลายเป็น *ไข่ลูกเขย* ชีวิตคงอับเฉาบัดซบน่าดู
              เพราะฉะนั้นพี่ไม่ตั้งแน่นอนครับ!

 

 

 

พิชิต :      ขอบคุณพี่อชิระมากนะครับที่ให้สัมภาษณ์ ผมหมดข้อสงสัยแล้วล่ะครับ //ยกมือไหว้สวัสดี

 

 

 

พี่อชิระ : ฮะ!? น้องอยากรู้แค่นี้?

 

 

 

พิชิต :      ครับพี่ ขอบคุณพี่มากจริงๆ ผมชอบพี่จริงๆครับ
              มันคงจะเป็นพรหมลิขิตที่ดลบันดาลทำให้เราสองเจอกันนะครับ
             //ส่งยิ้มให้ก่อนเดินจากมาอย่างสุภาพ

 

....................................................................................

 

สรุปโดยสังเขป

                อชิระ เชษฐ์ตระกูลวงศ์ (ไข่หวาน)


• มีเพื่อนเป็นลูกฟุตบอลชื่อเบนจามิน วิ่งเร็วมาก ดูท่าพี่อชิระจะชอบเตะเพื่อนมาก...


• กำลังจะขึ้นชั้นม.๖ อนาคตเป็นเดือนมหาวิทยาลัย


• น่าหลงใหล มีเสน่ห์ดึงดูด เวลายิ้มมีประกายออร่าแห่งมิตรภาพ


• เป็นลูกคนเดียว


• ถ้ามีลูกชายจะไม่ตั้งชื่อว่า *ไข่คน* เด็ดขาด!  รวมถึงชื่อตระกูลไข่อื่นๆ ด้วย

.................................................................................... 

 

พี่อชิระจ้ะ

.................................................................................... 

 

 

 

                  แผ่นที่ ๓ เป็นเรื่องราวตอนหนูไก่สัมภาษณ์ครูเอกธิดาจ้ะ ท่านสอนวิชาภาษาไทยในชั้นม.๕ ท่านเป็นอาจารย์ที่นอกจากจะมีรูปโฉมงดงามราวกับเทพอัปสรจำแลงกายแล้วยังมีจิตใจเมตตากรุณายิ่ง....

 

 

 

....แม่จ๋านางฟ้าเป็นอย่างนี้นี่เอง...หนูไก่ประจักษ์เห็นแล้ว!

 

 

 

                ขณะนั้นหนูกำลังเดินหลงทางอยู่ในป่า หาทางออกสักเท่าไรก็ไม่พบ หนูจึงได้แต่พนมมือวอนไหว้เทวดาฟ้าดิน ขอให้ท่านช่วยนำพาหนูไก่ไปยังทางออก และแล้วนางฟ้าก็ปรากฎกายขึ้นทันใด! เป็นครูเอกธิดานั่นเอง! ท่านมาช่วยชี้ทางเบิกเนตรให้หนูเห็นซึ่งหนทาง ความกรุณาใจดีเอาใจใส่ รอยยิ้มอันอบอุ่นน่าตรึงใจ ดวงตาที่เปล่งประกายดุจดวงดารา สายตาที่แสนอ่อนโยน ท่าทางเหล่านั้นของครูเอกธิดา มันทำให้หนูขวยเขินจนไม่กล้าสบตารู้สึกหน้าร้อนๆ แปลกๆ.....

 

 


สรุปก็คือ....หนูไก่ปลื้มครับ!

   

 

 

 

 

 

คุณครู

ครูเอกธิดา แจ่มกรุณา (ครูเอก)

เวลา ๑๓.๐๐ น.

พิชิต :      ขอวอนไหว้องค์เทวดาฟ้าดิน โปรดคุ้มครองข้าพเจ้า  ให้ข้าพเจ้านี้หลุดพ้นดินแดนลับแลนี้ด้วยเทอญ~
               //หลับตา ยกมือไหว้ฟ้าดิน

 

 

 

ครูเอก :    คุณคะ มีอะไรให้ช่วยไหมคะ? ดิฉันเห็นคุณเดินวนไปเวียนมาตั้งแต่เมื่อสักครู่แล้ว
หลงทางหรือเปล่าคะ?

 


 

พิชิต :      อ่า...เอ่อ...คะ-ครับ นะ-น้องหลงทาง พะ-พี่สาวเป็นนางฟ้าลงมาช่วยหนูสินะครับ//หลุบตาลงต่ำ

 

 

 

ครูเอก :   ฮะๆ ไม่ใช่นางฟ้าหรอกจ้ะ ดูจากชุดนักเรียนแล้วคุณคงมาสอบสัมภาษณ์สินะคะ
               ดิฉันเป็นคุณครูสอนอยู่ที่นี่ค่ะ ชื่อเอกธิดาค่ะ

 

 

 

พิชิต :      อะ-เอ่อ...ครับ ผะ-ผมพิชิต ใจหาญ ถ้าไม่ว่าอะไรผมกราบเรียนขออนุญาตสัมภาษณ์คุณครูได้ไหมครับ

 

 

 

ครูเอก :  ได้สิคะ 

 

 

 

พิชิต :      //สูดหายใจเข้าลึก รวบรวมสติ
              ขอความกรุณาคุณครูช่วยแนะนำตัวให้ผมฟังอีกครั้งหน่อยนะครับ

 

 

 

ครูเอกธิดา : ดิฉันครูเอก เอกธิดา แจ่มกรุณาค่ะ เป็นครูสอนวิชาภาษาไทยชั้นม.๕ ค่ะ

 

 

 

พิชิต :      สอนวิชาภาษาไทย!? จริงหรือครับ! ผมชอบวิชาภาษาไทยที่สุดในสามโลกเลยล่ะครับ!

 

 

 

ครูเอกธิดา :  ดิฉันดีใจนะคะที่คุณชอบภาษาไทย ทำไมถึงชอบล่ะคะ //ยิ้ม

 

 

 

พิชิต :      ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติ! เกิดเป็นคนไทยต้องรักภาษาไทย
               เพราะภาษาไทยเป็นสิ่งที่แสดงว่าเราไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของผู้ใด! 
               มันเป็นความภาคภูมิใจ ภาษาไทยนั้นเป็นศิลปะ! มันคือศาสตร์แห่งความงามที่ไม่รู้จบ
               เมื่อเรียงร้อยถ้อยคำก็เกิดความสละสลวย อาห์~ ไม่มีสิ่งใดจะงดงามกว่านี้อีกแล้ว
                ช่างน่าเคลิบเคลิ้มเสียนี่กระไร~

                .......

                .....อุ่ย ขอโทษครับคุณครู ผมพูดมากเกินไปแล้วสินะ  //ลูบหัวแก้เก้อ

 

 

 

ครูเอกธิดา :  ไม่หรอกค่ะ ฟังแล้วมันทำให้ดิฉันรู้สึกชื่นใจในฐานะที่เป็นคนสอนวิชาภาษาไทยมากค่ะ
                   เด็กที่ชื่นชอบหรือรักภาษาไทยจริงๆ มีน้อยลงเรื่อยๆ อย่างน่าใจหาย
                   อย่างน้อยดิฉันได้เห็นคุณที่ยังภาคภูมิใจอยู่ ก็ทำให้รู้สึกมีกำลังใจในการสอนขึ้นเยอะค่ะ

 

 


พิชิต :      ผะ-ผมต้องไปแล้วล่ะครับ ขอบพระคุณคุณครูเอกธิดามากนะครับที่ให้สัมภาษณ์
              //ยกมือไหว้ หันหลังเตรียมเดินต่อ

 

 

 

ครูเอกธิดา :  เดี๋ยวสิคุณคะ! ยังไม่รู้ทางเลยนี่คะ

 

 

 

พิชิต :      ตายละเหวย! ตายละวา! จริงด้วยสิ!
               แหะๆ เกือบลืมเรื่องนี้ไปจริงๆ ด้วยสิครับ

 

 

 

ครูเอกธิดา : ที่นี่เป็นพื้นที่ป่าของโรงเรียนค่ะ ถ้าจะเดินออกไปสัมภาษณ์คนอื่นต่อ
                  คุณต้องเดินตรงออกไปทางนั้นค่ะ //ชี้
                  เดินออกไปก็จะเห็นอาคารคหกรรมตั้งอยู่ด้านหน้าเลยค่ะ ขอให้โชคดีในการสอบนะคะ

 

 

 

พิชิต :      ขะ-ขะ-ขอบพระคุณคุณครูจริงๆ ครับ //ยกมือไหว้สวัสดี

 

....................................................................................

 

สรุปโดยสังเขป...

                ครูเอกธิดา แจ่มกรุณา (ครูเอก)


• ครูสอนวิชาภาษาไทยชั้นม. ๕


• งดงามดั่งเทพอัปสรจำแลงกาย ปากนิด จมูกหน่อย รูปร่างอรชรอ้อนแอ้นสง่างาม


• ยามเยื้องย่างขยับกายทำกิริยาใดๆ สมเป็นกุลสตรีไทย


• ใจดีมีเมตตา อ่อนโยน สามารถอ่านใจผู้ทุกข์ร้อน ช่วยส่องทางแก้ปัญหายามคับขันของชีวิตได้


• เปล่งประกายละอองรัศมีระยิบระยับได้


....................................................................................

คุณครูเอกธิดา~ คุณครูนางฟ้า~

 

.................................................................................... 

 

 

 

                 แผ่นที่ ๔ เป็นเรื่องราวตอนหนูไก่ไปสัมภาษณ์พี่สิมิลัน พี่เขาน่ารักมากเลยล่ะ ร่าเริงแจ่มใสเป็นมิตร ชอบทำขนมเสียด้วย หนูไก่ไปเจอพี่เขากำลังทำแป้งหกกระจายเข้าพอดีที่ห้องชมรมคหกรรม ในตอนนั้นไม้กวาดอยู่ใกล้มือหนู หนูไก่จึงเข้าไปช่วยกวาดพร้อมทั้งสัมภาษณ์ไปด้วยจ้ะ

 

 

 

 

 

                 เมื่อสอบถามก็ได้ความว่าพี่สิมิลันกำลังทำขนมที่เรียกประหลาดๆ ว่าคลุกขี้ (ไก่ฟังผิดค่ะ) อยู่พอดี ด้วยชื่อที่แสนประหลาดล้ำ ประกอบกับหลังจากสัมภาษณ์เสร็จ เวลายังเหลืออยู่อีกมาก หนูไก่จึงอาสาช่วยพี่เขาทำด้วยความใคร่รู้วิชา พี่สิมิลันก็คอยสอนหนูด้วยล่ะจ้ะ แม้ขั้นตอนจะยุ่งยากไปบ้าง แต่ก็สนุกมากๆ เลยจ้ะแม่จ๋า หนูนึกว่าจะผสมสิ่งปฏิกูลเข้าไปด้วยซะอีก แต่มิใช่อย่างนั้นเลยจ้ะ อย่างไรก็ตามน่าเสียดายที่หนูไม่ทันอยู่ชิม เพราะต้องรีบไปถ่ายเอกสาร พร้อมทั้งส่งสัมภาษณ์เสียก่อน

 

 

 

 

                   หนูไก่คิดว่าถ้าหนูเข้ามาเรียนที่นี่ได้คงจะเข้าชมรมคหกรรมเหมือนพี่สิมิลันเขาเป็นแน่จ้ะ อยากจะลองทำขนมฝรั่งมังค่าเป็นอยู่หมือนกันจ้ะ

 

 

 

 

 

 

 

รุ่นพี่
สิมิลัน นพรัตน์ตระกูล (ปั้นทราย)
เวลา ๑๓.๓๐ น.

พี่สิมิลัน :   ว้าย! โครม! //ถุงแป้งหล่น

 

 

 

พิชิต :      น้องช่วยกวาดนะครับพี่ //ถือไม้กวาด ส่งยิ้มให้

 

 

 

พี่สิมิลัน :   อ๊ะ! ขอบคุณมากค่ะ //เหลือบมอง
                ชุดนักเรียนโรงเรียนอื่นนี่นา น้องมาสอบสัมภาษณ์หรือเปล่าเอ่ย?

 

 

 

พิชิต :      ใช่ครับพี่สาว น้องชื่อพิชิต ใจหาญ ชื่อเล่นชื่อไก่ครับพี่ จะเป็นการรบกวนพี่หรือไม่ครับ
               ถ้าผมจะขอสัมภาษณ์พี่สักหน่อย?

 

 

 

พี่สิมิลัน :  ฮะๆ ครบ 1 ปีแล้วหรอเนี่ย เวลาผ่านไปเร็วจัง ไม่อยากจะเชื่อเลยปีที่แล้ว
               เรายังสอบสัมภาษณ์เหมือนน้องอยู่เลย ไม่ต้องห่วงสัมภาษณ์มาได้เลย ไม่รบกวนเราหรอก

 

 

 

พิชิต :      พี่ชื่ออะไรหรือครับ?
               ถ้าน้องเข้าใจไม่ผิดที่พี่บอกปีที่แล้วพี่สอบสัมภาษณ์แสดงว่าพี่อยู่ชั้นม.๕ สินะครับ

 

 

พี่สิมิลัน :  เราชื่อสิมิลัน นพรัตน์ตระกูล ชื่อเล่นปั้นทราย เรายังไม่ได้ขึ้นชั้นม.๕ เลย
               แต่ถ้าน้องไก่เข้ามาเราก็คงอยู่ชั้นม.๕ แล้วล่ะ ฮะๆ

 

 

 

พิชิต :      น้องก็ได้แต่หวังว่าบุพเพสันนิวาส จะชักนำชะตาเราสองได้เป็นพี่น้องร่วมโรงเรียนกันจริงๆ นะครับ

 

 

 

พี่สิมิลัน :  โหย~ น้องลิเกมาเชียว นั่นก็เวอร์เกินไปนะ ไม่ถึงขั้นบุพเพขนาดนั้นหรอกน้อง ฮ่าๆๆ น้องตลกดีนะ

 

 

 

พิชิต :      ลิเกตรงไหน น้องมิได้เอื้อนเอ่ยขับบทกลอนกวีใดออกมาสักหน่อยนี่ครับ?

 

 

 

พี่สิมิลัน : ก็ศัพท์น้องมันชวนให้คิดงั้นนี่ ฟังแล้วจั๊กกะจี้ชอบกลนี่นา ฮะๆๆ

 

 

 

พิชิต :      ช่างเถิด น้องก็ไม่เข้าใจสักเท่าใดหรอก พี่สิมิลันครับ พี่กำลังทำอะไรอยู่หรือครับ
               ก่อนที่น้องจะมา ทำไมมีอุปกรณ์แปลกๆ เต็มไปหมดเลยล่ะครับ

 

 

 

พี่สิมิลัน :  อ้อ เรากำลังจะทำขนมคุ้กกี้อยู่น่ะ แต่ยังไม่ทันเริ่มแป้งก็หกลงมาซะก่อนน่ะ น้องก็มาพอดีนี่แหละ

 

 

 

พิชิต :      ชื่อประหลาดดีนะครับ เป็นขนมอย่างไรหรือครับ

 

 

 

พี่สิมิลัน :  หืม? ก็แค่ขนมอบธรรมดาเอง น้องไม่รู้จักงั้นหรอ แปลกจัง

 

 

 

พิชิต :      คงเป็นพวกขนมฝรั่งสินะครับ น้องไม่รู้จักหรอกครับ //เกาหัวงง
               แต่ถ้าเป็นขนมไทยล่ะก็...น้องรู้จักทำเป็นหมดครับ ฮะๆ

 

 

 

พี่สิมิลัน :  เอ๋! น้องทำเป็นด้วยงั้นหรอ น้องดูหน้าตาฝรั่งมากเลยนะ แถมยังเป็นผู้ชายอีก
               หายากนะที่จะมีผู้ชายทำเป็นแถมนี่เป็นขนมไทยอีกด้วย
               หน้าตาอย่างน้องถ้าบอกว่าทำขนมเค้กเป็นยังน่าเชื่อกว่าอีกนะเนี่ย

 

 

 

 พิชิต :      คุณแม่บอกว่าผู้ชายก็ควรหัดเรื่องเรือนครัวไว้เสียด้วย จะได้ไม่ลำบากยามไร้คู่ครองครับ
               น้องก็เลยฝึกไว้ ขอให้เป็นอาหารหรือขนมไทยก็ทำได้หมดล่ะครับ แต่พวกขนมฝรั่งไม่เป็นหรอกครับ

 

 

 

พี่สิมิลัน :  น้องไก่ไม่ขึ้นคานหรอกเชื่อเราสิ ใครได้เป็นภรรยาน้องคงสบายน่าดูเลยนะเนี่ย ฮะๆๆ

 

 

 

พิชิต :      น้องมีเวลาเหลือจากสอบสัมภาษณ์อยู่ ถ้าพี่ไม่ว่าอะไรน้องขอช่วยพี่ทำขนมด้วยได้หรือไม่ครับ
               ถือเสียว่าชดเขยเวลาที่พี่เสียละกันครับ น้องก็อยากทำขนมฝรั่งอยู่เหมือนกัน นะครับพี่น้า~

 

 

 

พี่สิมิลัน :   ได้สิ เดี๋ยวเราสอนเอง!

 

.................................................................................... 

 

 สรุปโดยสังเขป…

                สิมิลัน นพรัตน์ตระกูล (ปั้นทราย)


• พี่สาวใจดี เป็นมิตร ร่าเริงแจ่มใส กำลังจะขึ้นชั้นม.๕


• มีเสียงหัวเราะใสแจ๋วที่แสนระรื่นหู ราวกับเสียงกระดิ่งยามต้องลมพัด


• ชอบทำขนม ทำขนมฝรั่งประหลาดๆ ที่เรียกว่าคลุกขี้ได้

 

....................................................................................

พี่สิมิลัน พี่สาวใจดี

 


 .................................................................................... 

 

 

 

 

 

                แม่จ๋า แม้ที่โรงเรียนลูกบาศก์อะไรๆ ก็ดูน่าพิศวงไปเสียหมด จนหนูไก่รู้สึกแปลกๆ อยู่บ้าง แต่แม่จ๋ามิต้องเป็นห่วงนะจ๊ะ หนูไก่อยู่ได้ หนูจะพยายามปรับตัวให้เข้ากับสังคมที่เป็นอยู่ให้ได้ ผู้คนที่โรงเรียนลูกบาศก์ล้วนเป็นมิตรน่ารักมากจ้ะ หนูจะเติบโตเป็นลูกที่แม่จ๋าภูมิใจให้ได้จ้ะ

 

 

 

 

รักและคิดถึง

หนูไก่

 .......................................................................................................................................................

*แถมท้าย*


 

ถึงลูกไก่

            

 

                   

               การที่ลูกเขียนจดหมายมาถึงแม่ แม่ก็ดีใจอยู่ แต่กว่าจดหมายจะมาส่งถึงนั้นนานเกินไปและแม่ก็คงไม่เขียนตอบกลับมาอย่างนี้อีก เพราะแม่ขี้เกียจเขียน ถ้าลูกจะส่งรูปมากับจดหมายก็ได้อยู่ ถึงอย่างนั้นก็เถอะแม่อยากรู้เรื่องราวความเป็นอยู่ของลูกเร็วกว่านี้นะ! ลูกไก่คงลืมชาร์ตแบตมือถือสินะ แม่โทรหาเท่าไรก็ไม่ติด วันหลังลูกไก่ไม่ต้องเขียนจดหมายมาก็ได้ โทรศัพท์มาหาแม่เลยดีกว่า แม่อยากได้ยินเสียงลูกบ้าง หลังจากได้จดหมายนี้ลูกก็โทรศัพท์มาหาแม่เลยนะ แม่อยากคุยกับลูกโดยตรง

 

 

ป.ล.ถ้าลูกไก่ชาร์ตแบตมือถือไม่เป็น ก็ให้คุณยายสอนนะ คุณยายท่านใช้โทรศัพท์เป็น

 

 

 

 

 

ด้วยความคิดถึงและห่วงใย

แม่

....................................................................................................................................................

 

เป็นการส่งที่.....เฉียด Dead Line มาก =[]=
 
ค่อนข้างจะเผา ขอโทษด้วยนะคะ ฮะๆ Foot in mouth//นอนตายคาคอม
เผอิญช่วงนี้ยุ่งๆ กับการรับน้อง จัดเอกสารนู่นนี้ ไม่ค่อยได้อยู่บ้านบ่อย
อาจจะแก้ไขช้าไปบ้างก็ขอโทษไว้ล่วงหน้าละกันค่ะ
 
ช่วยตรวจให้ด้วยนะคะ~
 
 
 
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
 
ถึงค.ห.1

       เขียนบนใบลานชูให้เลยทีเดียว ฮ่าๆๆ ขอบคุณมากค่ะ หัวเราะเป็นเลขไทยซะสวยงามเชียวฮ่าๆๆ
 
ถึงค.ห.2
 
            ดีใจที่ขำนะคะ ฮะๆ สารภาพตอนแรกนึกว่าน้องไก่จะจืดชืดแล้วซะอีก คิดไว้เยอะกว่านี้แต่รีบปั่น ไม่สามารถยัดลงได้หมด เดี๋ยวจะยาวไปเลยตัดๆ ไปบ้าง แม่มันยังมึนๆ งงๆ อยู่เลยตอนมีคนบอกว่าขำ ฮ่าๆๆๆๆ
 
ถึงค.ห.3
 
           มีคนรอคอยตาไก่อยู่ด้วย Undecided //ขอบคุณมากค่ะ
 
ถึงค.ห.4 และ 5
 
          ขำจนปวดท้องปวดกรามกันเลยทีเดียวหรอนี่ ดีใจที่ชอบภาพวาดหนูไก่นะคะ ฮ่าๆๆๆ
 
ถึงค.ห. 6 แม่ปั้นทรายรุ่น 4
 
          แก้ไขเรียบร้อยแล้วนะคะ ขอบคุณที่ตรวจให้ค่า~
 
ถึงค.ห.7
 
          รอคอยการมาเจอกันเช่นกันค่ะ Undecided ไว้มาเล่นกันเถอะ~
 
ถึงค.ห.8 แม่เมย์รุ่น 3
 
          ขอบคุณค่ะที่ให้ผ่าน เย่!~ อยากจะบอกว่าไข่หวานเป็นสาเหตุที่ทำให้อยากเล่นคิวบิกเลยค่ะ ฮ่าๆๆ
ปลื้มมานาน~ ชอบมีคนหลังไมค์คนนึงมากรี๊ดไข่หวานให้ฟังบ่อยๆ จนเป็น fc ไข่หวานอยู่ห่างๆ
 
          พอสัมภาษณ์ก็เลยมีชื่อไข่หวานผุดมาคนแรกเลยล่ะ  ไข่หวานโมเอ๊ว~ Undecided
 
ถึงค.ห.9 แม่ปั้นทรายรุ่น 4

         ขอบคุณค่ะ เย่!~ ผ่านไปแล้วอีกหนึ่ง
 
ถึงค.ห.10 แม่ไข่หวานรุ่น 3
 
        ฟีเจอริ่งไก่ไข่ Undecided ~ อูว์~~
 
ถึงค.ห.11 ผปค.ครูเอกธิดา

        ขอบคุณค่ะที่ให้ผ่าน ยอมรับค่ะว่ากังวลกับครูเอกธิดาที่สุดแล้ว เป็นตัวละครที่ค่อนข้างยากมากๆ เวลาเขียนเลยไม่ค่อยลื่นไหล แต่เห็นว่าตอนสัมภาษณ์จะช่วยเสริมบุคลิกของลูกชายได้ เลยเลือกมาเล่นค่ะ

ถึงค.ห.12 ผปค.ครูเอม
 
        ขอบคุณค่ะที่แนะนำ ลุงบุญเป็นตัวละครที่คิดได้เยอะนะคะ แต่กลัวเรื่องมันจะยาวไปแล้วน่าเบื่อ เลยเผลอตัดไปเยอะ เอาที่ตัดหายไปมาแทรกๆ เพิ่มแล้วค่ะ คงไม่เวิ่นเว้อเกินไปนะคะ เผอิญเป็นพวกคุมจังหวะเวลาแต่งอะไรพวกนี้ไม่ค่อยได้น่ะค่ะ เลยไม่รู้ว่าควรจะเพิ่มหรือตัดอะไรดี Foot in mouth

ถึงค.ห.13 ผปค.เฟิร์นรุ่น 4
 
       • ปรับแก้ตัดคำว่าจ้ะ/จ๊ะ ทิ้งแล้วค่ะ
 
        • ถึงขั้นร่ำลือกันเลยทีเดียวรึ อาห์~ ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ ตอนผปค.ไก่เขียนนี่หน้าตายมากๆ เลยค่ะ
ไม่นึกว่ามันจะฮา Sealed

 
 
ถึงค.ห. 14 ผปค.เฟิร์นรุ่น 4
 
        ขอบคุณค่ะที่ตรวจทวนให้อีกครั้ง > < พ่อหนูไก่นี่ fc เยอะจริง ปลื้มจัง//ฮา
 
ถึงค.ห.15 ผปค.ครูเอม
       มันหวานเพราะหนูไก่ค่ะ ฮ่าๆ โทษหนูไก่เถอะ ขอบคุณมากนะคะที่ให้ผ่าน เย่!~

 
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------